
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายประสิทธิ์ สิงห์ชา #เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมรับฟังสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาหมอกควันฝุ่นละออง PM2.5 และมาตรการลดเผาในพื้นที่เกษตร ในรายการ อัปเดตเกษตรนำ ผ่าน FACEBOOK LIVE : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายการ อัปเดตเกษตรนำ โดยนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อรายงานสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่อาจกระทบพื้นที่เกษตร พร้อมนำเสนอมาตรการเตรียมความพร้อมและแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตร โดยปรับเปลี่ยนจากการเผา สู่ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ซึ่งปัญหา”เผาไว ได้ฝุ่น“ เกิดจากหลังเก็บเกี่ยวเกิดเศษซากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมาก ทางเลือกที่ถูกและเร็วที่สุด คือ “เผา” ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ส่งผลต่อสุขภาพ และภาพลักษณ์ประเทศ โดยดำเนินการตาม หลักคิด 3 ข้อ ดังนี้
1. ไม่มองเกษตรกรเป็นผู้ร้าย → มองเป็นคู่หูในการแก้ปัญหา
2. ไม่ใช่แค่ ‘ห้ามเผา’ → แต่ต้องมีทางเลือก + รายได้ทดแทน
3 ทำงาน 3 ชั้น คือ
1) Mass Program – ใช้ Risk Map สร้างการรับรู้ รณรงค์และประชาสัมพันธ์ผ่านกิจกรรม Green Gain การรณรงค์สร้างการรับรู้ผ่านเวทีอำเภอ/ชุมชน จัดทำคู่มือทางเลือกแทนการเผา และการเล่าเรื่องเกษตรกร/ชุมชนฮีโร่
2) Sandbox A – ผลักดันการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ (ฟาง/ซัง/ใบอ้อย) สู่โรงงานชีวมวลและ Bio-materials ให้ “ไม่เผาแล้วคุ้มกว่าเดิม” เช่น การทำไบโอชา เป็นต้น
3) Sandbox B – ชุมชนปลอดการเผา ใช้ Risk Map ระดับหมู่บ้าน ข้อตกลงชุมชนไม่เผา และสร้างทางเลือกจัดการเศษซากที่ทำได้จริง
ซึ่งจะเกิดผลให้เกษตรกร มีทางเลือกใหม่และรายได้จากเศษซาก วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ชุมชน มีอากาศและสุขภาพดีขึ้น ความขัดแย้งลดลง และคนเมือง PM2.5 ลดลงในระยะกลาง-ยาว อาหารจากระบบเกษตรยั่งยืน
ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม








